เกี้ยวซ่า ญี่ปุ่น อาหารที่นิยมทานยามว่าง

gyoza-japan-food

เมนูเกี๊ยวซ่าถือเป็นเมนูเด็ดโดนใจของหลายคนเอามากๆ ด้วยรสชาติที่อร่อยของเนื้อแป้งผสมกับไส้ข้างในยิ่งใครได้น้ำจิ้มรสเลิศคงไม่ต้องบอกต่อว่ามันสุดยอดขนาดไหน ทว่าหลายคนมักเข้าใจการทานเกี๊ยวซ่าเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ทว่าจริงแล้วต้นตำรับดั้งเดิมของเมนูนี้มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ทว่าด้วยญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องของวัฒนธรรมอาหารที่น่าทานทำให้เราหลายคนคุ้นเคยเกี๊ยวซ่าญี่ปุ่นมากกว่าแถมมันรสชาติอร่อยเกินห้ามใจอีกต่างหาก

รีวิวเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่น

เริ่มต้นกันด้วยส่วนผสมหลักของเมนูชนิดนี้ประกอบไปด้วย กะหล่ำปลี, กระเทียม, ต้นหอมจีน และเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ตามแต่ความต้องการ ทว่าส่วนใหญ่ก็จะใช้เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ ส่วนผสมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะถูกคลุกเคล้าให้เข้ากัน มีการปรุงรสนิดหน่อยให้ได้รสชาติตามต้องการ เมื่อได้ที่แล้วจะนำมาห่อด้วยแป้งบางๆ โดยแป้งดังกล่าวนี้ทำจากแป้งสาลีผสมน้ำเปล่า กรรมวิธีในการทำเกี๊ยวซ่านี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนำไปทอด, ต้ม, นึ่ง, ย่าง โดยจะขอแยกประเภทให้เข้าใจดังนี้

  • Sui Gyoza เป็นเกี๊ยวซ่าสไตล์จีนเลือกใช้การต้มแทนการทอด ส่วนใหญ่ชอบเสิร์ฟไว้ในซุปร้อนๆ หากเป็นในร้านอาหารญี่ปุ่นหาทานยาก มักเจอแค่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขายเฉพาะเกี๊ยวซ่าไม่ก็ตามภัตตาคารอาหารจีน
  • Age Gyoza กรรมวิธีคือจะทอดในน้ำมัน รสชาติกรอบนอกนุ่มใน พบเจอเกี๊ยวซ่าประเภทนี้ได้ตามรานเกี๊ยวซ่า ถ้าเป็นร้านทั่วไปจะไม่ค่อยมี
  • Yagi Gyoza จะใช้วิธีทอดในกระทะ ถือว่าได้รับความนิยมมากสุด ส่วนมากตัวเกี๊ยวซ่าจะทอดในน้ำมันงาแค่ด้านเดียว ทำให้เกิดความหอม กรอบ แต่อีกด้านจะเนื้อนุ่มๆ พอทอดเสร็จต้องปิดฝาเพื่อให้ด้านบนที่ไมได้ทอดถูกนึ่งในกระทะ

วิธีการกินเกี๊ยวซ่าญี่ปุ่น

จริงแล้วการทานอาหารเมนูนี้มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย หากเป็นเกี๊ยวซ่าญี่ปุ่นทั่วไปที่เราพบเจอบ่อยคือ Yagi Gyoza ให้คีบด้วยตะเกียบขึ้นมาแล้วจุ่มด้านที่ไม่มีรอยทอดหรือด้านบนที่นุ่มๆ ลงไปในน้ำจิ้ม เท่านี้ก็อร่อยกับสุดยอดอาหารประเภทนี้ได้แล้ว แต่ระวังนิดหน่อยตรงที่มันพึ่งขึ้นจากเตามาใหม่ๆ จะร้อนได้ใจสุดๆ เพราะฉะนั้นก่อนทานควรเป่าให้หายร้อนเสียก่อน ส่วนใครที่ทานคำเดียวไม่หมดก็ให้กัดครึ่งเพื่อความสุภาพก็ได้

เมนูนี้ถือเป็นอีกเมนูขึ้นชื่อที่คนทั่วโลกนิยมมาก คนไทยเราเองกชอบไม่น้อยดังนั้นก็เลือกเอาว่าต้องการทานแบบไหนที่โดนใจคุณมากสุดรวมถึงการทานให้ถูกวิธีจะยิ่งช่วยชูรสชาติอาหารให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นได้ลองสักครั้งจะต้องติดใจ

Unagi-Cuisine-kujimag

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ทานหรือไม่ค่อยนิยมอาหารญี่ปุ่นสักเท่าไหร่นักเมื่อฟังชื่อว่าปลาไหลอาจรู้สึกแปลกๆ พร้อมตั้งคำถามว่ารสชาติจะเป็นอย่างไรกันแน่ จริงแล้วปลาไหลเป็นวัตถุดิบที่ชาวญี่ปุ่นนิยมนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารกันนานมากแล้ว ด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาะทำให้อาหารทะเลหรืออาหารจากน้ำเป็นวัตถุดิบหลักที่พวกเขานิยมนำมาใช้ทำอาหารกัน ซึ่งเมนูปลาไหลที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาทำก็คือ ข้าวหน้าปลาไหล ขอบอกก่อนเลยว่าหากใครยังไม่เคยทานต้องลองแล้วจะบอกว่ารสชาติมันสุดยอดจนกลายเป็นเมนูจานโปรดไปโดยปริยาย

รสชาติแสนอร่อยจนต้องชวนมาลิ้มลองในเมนูข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น

ปกติแล้วเวลาที่เราสั่งข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นมาทานขั้นตอนของการทำก็คือจะมีการนำปลาไหลที่ถูกแล่เป็นชิ้นๆ ไปย่างจนรสชาติกรอบนอกแต่ด้านในมีความนุ่ม บางร้านอาจมีการโรยเกลือ หรือโชยุเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติออกเค็มๆ นิดหน่อย ส่วนเตาถ้าให้เด็ดจริงต้องเป็นเตาถ่านเพราะจะได้ความหอมจากถ่านตลบอบอวลจนแทบอยากจะลองทานกันเดี๋ยวนี้เลยทีเดียว จากนั้นจะมีการนำข้าวญี่ปุ่นมาโปะไว้ในถ้วยขนาดพอดีคำ พอย่างปลาจนได้ที่ก็จัดการเอามาวางโปะไว้บนข้าวร้อนๆ เคียงด้วยซุปมิโซะหน่อยคล่องคอแน่นอน บางร้านอาจมีน้ำซอสราดเล็กๆ ก็แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน

คราวนี้มาว่ากันถึงเรื่องรสชาติของข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าถ้าหากร้านไหนย่างได้แบบเด็ดดวงคือหนังภายนอกกรอบแล้วรสชาติจะอร่อยมากๆ คือพอกัดเข้าไปคำแรกสิ่งที่สัมผัสได้คือรสชาติปลาไหลแท้ๆ พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากเตาถ่านอ่อนๆ ให้ความรู้สึกว่ามันสุดจริง รสชาติปลาไหลจะไม่ค่อยมีกลิ่นคาวเนื้อด้านในนุ่มเกินบรรยาย แต่สิ่งที่ชอบมากๆ ก็คือหากร้านไหนมีเครื่องเคียงเป็นผักดองญี่ปุ่นหน่อยตัดเลี่ยนเด็ดดวงจริงๆ หรือจะทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ก็อร่อยจนไม่อยากจะหยุด

แม้ว่าราคาของข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นจะสูงแต่นั่นก็มาจากคุณภาพของวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีรวมถึงความอร่อยเกินบรรยายจากเนื้อปลาไหลที่ไม่ใช่ว่าจะหาทานกันได้ง่ายๆ รับรองว่าหากใครยังไม่เคยทานแล้วได้มีโอกาสสัมผัสเป็นครั้งแรกน่าจะต้องชื่นชอบและอยากทานอีกแบบไม่มีข้อสงสัย จะร้านในเมืองไทยหรือต้องเดินทางไกลไปญี่ปุ่นก็การันตีว่าคุ้มค่าในการได้ลองอาหารรสชาติดีแบบข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นที่ในชีวิตควรค่าแก่การทานสักครั้ง

ประวัติที่มาของอาหารญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นถือว่าเป็นอาหารที่ค่อนข้างโด่งดังและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยความสดใหม่ ความประณีตในการทำ รวมไปถึงรสชาติอาหารที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้อาหารญี่ปุ่นนั้นเป็นอาหารที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีหลายๆ คนอยากรู้ประวัติและความเป็นมาของอาหารญี่ปุ่นว่าจริงๆ แล้วมีต้นกำเนิดหรือมีจุดเริ่มต้นมาจากอะไรกันแน่ ลองมาทำความรู้จักกับอาหารญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันและนั่นอาจจะทำให้คุณอยากลิ้มลองอาหารของประเทศนี้เพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน

 

จริงๆ แล้วหากจะย้อนรอยดูต้นกำเนิดของอาหารญี่ปุ่นจริงๆ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องย้อนกลับไปไกลหลายศตวรรษมาพอสมควร เหตุเพราะเอาในความเป็นจริงต้นตอของอาหารญี่ปุ่นก็ไม่มีใครสามารถที่จะชี้ชัดได้ว่าเกิดขึ้นจากในยุคสมัยใดเป็นยุคแรกเริ่ม แต่คำจำกัดความของอาหารญี่ปุ่น ก็คือ อาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นก่อนการสิ้นสุดของการปิดประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 1868  แต่ถ้าหากมองในภาพที่ใหญ่ขึ้นหรือบ่งบอกถึงความหมายที่ใหญ่ขึ้นนั้นก็รวมไปถึงอาหารที่ใช้ส่วนผสมและวิธีในการปรุงอาหารที่ถูกรับมาจากต่างประเทศหลังจากที่มีการเปิดประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคนญี่ปุ่นเองก็ได้มีการนำมาประยุกต์ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าความโดดเด่นของอาหารญี่ปุ่นนั้นจะมาจากวัตถุดิบที่มีตามฤดูกาล ความสดใหม่ และการจัดวางที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาใครลอกเลียนแบบได้ยาก จริงๆ แล้วอาหารญี่ปุ่นนั้นอย่างที่กล่าวไปว่าหากจะหาประวัติศาสตร์จากจุดกำเนิดที่แน่นอนคงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เอาเป็นว่าอาหารญี่ปุ่นเองได้พัฒนามาหลายยุคหลายสมัยเป็นเวลาหลายร้อยปี สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านของสังคมและเรื่องของการเมืองภายในประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็นในยุคกลางที่ญี่ปุ่นปกครองด้วยระบบศักดินา โดยมีผู้นำที่เรียกว่า โชกุน หลังจากนั้นในช่วงต้นๆ ของยุคใหม่หลังจากที่มีการเปิดประเทศ ญี่ปุ่นเองก็ได้รับวัฒนธรรมต่างๆ มาจากนอกประเทศมากขึ้น โดยวัฒนธรรมที่เห็นชัดเจนมากที่สุดคือวัฒนธรรมจากตะวันตก และสิ่งนี้เองที่ทำให้วิถีชีวิตเรื่องอาหารการกินของคนญี่ปุ่นค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป

อาหารญี่ปุ่นที่คนไทยมักจะรู้จักเป็นอย่างดี ได้แก่ ซาซิมิ คือการนำเนื้อปลาทะเลสดๆ มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำแล้วทานคู่กับซอสโชยุและวาซาบิ, ซูชิ คือการนำข้าวมาปั้นร่วมกับวัตถุดิบชนิดอื่นๆ อาทิ ผัก, ปลาดิบ, ไข่หวาน, สาหร่าย จากนั้นก็ทานเป็นคำๆ คู่กับโชยุ และวาซาบิ เป็นต้น