Okonomiyaki – พิซซ่าญี่ปุ่นจากแดนซามูไร

Okonomiyaki

โอะโคะโนะมิยะกิ แพนเค้กตามแบบตำรับของคนญี่ปุ่นเป็นที่นิยมและขายกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงเป็นรายได้เสริมแค่คนภายในประเทศ เราจะเห็นได้ว่าชาวญี่ปุ่นในบางพื้นที่ เช่น ย่านอิสเซนโยโชะกุ จะมีพ่อค้าแม่ค้าขายโอะโคะโนะมิยะกิตามท้องถนน บ้างก็เปิดร้านอาหารและขายโอะโคะโนะมิยะกิเลยทีเดียว หรือบางร้านก็เปิดให้ผู้รับประทานทำการย่างด้วยตัวเองเลยบนแผ่นย่างกะทะร้อน “เทปปันยะกิ” เรียกได้ว่าช่วยสร้างความสนุกสนานแก่ผู้รับประทานได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นร้านที่มีพ่อครัวมาย่างให้รับประทานต่อหน้าเลยก็มี

นอกจากนี้แพนเค้กญี่ปุ่นจะมีความแตกต่างกันออกไปถึง 2 รูปแบบ ก็คือ 1.แบบคันไซ 2.แบบฮิโระชิมะ ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และให้ความอร่อยแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็แล้วแต่คนชอบว่าจะชอบแบบใด ซึ่งจะมีเอกลักษณ์และวิธีการทำที่แตกต่างกัน

1.แบบคันไซ หรือ โอซะกะ


ในแบบฉบับของคันไซนั้น โอะโคะโนะมิยะกิจะมีขนาดใหญ่ขนาดเท่าจานเลยทีเดียว โอะโคะโนะมิยะกิมักจะถูกมองว่าเป็นแพนเค้ก โดยมีวัตถุดิบหลักก็คือแป้งสาลี ซึ่งมีส่วนประกอบมากมายหลายประเภทตั้งแต่ ไข่ กะหล่ำปลีหั่น ฮ่วยซัว นอกจากนี้ยังมีการใส่เนื้อต่างๆ ลงไป อาทิเช่น เนื้อหมู ปลาหมึก กุ้ง หากใครยังชอบความหลากหลายอาจจะใส่ชีสลงไปเพื่อเพิ่มลูกเล่นระหว่างการรับประทานก็ได้เช่นกัน

2.แบบฮิโระชิมะ

Okonomiyaki hiroshima
Okonomiyaki style hiroshima
Okonomiyaki hiroshima style

ในแบบของฮิโระชิมะจะแตกต่างกับแบบคันไซอย่างมาก โดยเฉพาะการย่างที่ไม่ใส่วัตถุดิบรวมกัน แต่จะเป็นการย่างเป็นชั้นๆ โดยจะแบ่งชัดเจนไม่ว่าจะเป็น ชั้นแป้ง ชั้นผัก ชั้นเนื้อ หรือตามสูตรของพ่อครัวแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละชั้นอย่างเช่น ปริมาณของวัตถุดิบหรือตามความต้องการของผู้รับประทาน

Donburi ข้าวหน้าของประเทศญี่ปุ่น

donburihead

ดมบุริ อาหารจานเดียวที่มีหน้าต่างๆ มาวางไว้บนข้าวที่มีทั้งเนื้อสัตว์, ผัก รวมถึงปลาและวัตถุดิบอื่นๆ ที่สามารถรับประทานร่วมกันได้ นอกจากนี้พ่อครัวแม่ครัวยังสามารถตบแต่งให้ดูน่ารับประทานได้ด้วยการจัดวางก็ได้เช่นกัน ดงบุริมีลักษณะโดดเด่นและได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษเนื่องจากใช้เวลารับประทานไม่นาน พกพาง่ายและรับประทานแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่เร่งรีบ

ดงบุริ หรือ ดง มีการแพร่พลายมาอย่างยาวนานก่อนที่จะนำมาพัฒนาใส่หน้าอื่นๆ ลงไป โดยเริ่มจากยุคเอโดะ ค.ศ.1603 – ค.ศ.1868 ต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ในยุคไทโช ราวปี ค.ศ.1913 ได้มีการนำเนื้อไก่ ไข่ เนื้อหมู เนื้อวัวมาใส่ลงเป็นหน้าอื่นๆ ทำให้เวลาข้าวหน้า หรือ Donburi กลายเป็นสิ่งที่ส่งออกขายไปยังประเทศในลักษณะแช่แข็ง และอาหารสำเร็จรูปเรียบร้อย

ประเภทต่างๆ ของดงบุริ

unadon

Una-don (อุนะดง) – ข้าวหน้าปลาไหลย่าง ข้าวหน้าแบบแรกเริ่มของประเทศญี่ปุ่น โดยจะนำเอาปลาไหลย่างมาวางบนข้าวสวยร้อนๆ โดยมีราคาที่สูงพอตัว เนื่องจากความอร่อยของเนื้อปลาไหลที่นุ่มและชวนติดใจ

butadon

Buta-don (บูตะดง) – ข้าวหน้าหมูที่ได้รับความนิยม ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและนอกประเทศ เนื่องจากหารับประทานง่ายและสามารถหาซื้อได้ในทุกฤดูกาล ย่างด้วยซอสหรือจะผัดกับหัวหอมใหญ่ก็ได้เช่นกัน

katsudon

Katsu-don (คัตสึดง) – ข้าวหน้าหมูทอดที่ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น และคนญี่ปุ่นชื่นชอบรับประทานมากเป็นพิเศษ เป็นอีกข้าวหน้าที่นิยมนำมารับประทานอยู่บ่อยครั้ง โดยจะนำหมูชุบแป้งทอดวางบนข้าวแล้วรับประทาน เรียกได้ว่าหากินง่าย ทำเองก็ได้แถมยังอร่อยสุดๆ

gyudon

Gyu-don (กิวดง) – ข้าวหน้าเนื้อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ด้วยความหอมของเนื้อวัวผสมผสานกับข้าวนุ่มๆ ทำให้เนื้อและข้าวมีความลงตัวมากเป็นพิเศษ หากเลือกสรรเนื้อวัวที่มีคุณภาพจะได้รับความนุ่มของเนื้อวัวไปเต็มๆ

tendon

Ten-don (เท็นดง) – ข้าวหน้าเทมปุระ โดยจะเป็นการรับประทานข้าวกับอาหารชุบแป้งทอดต่างๆ ซึ่งจะเห็นส่วนใหญ่ก็คือ กุ้งเทมปุระ และผักรวมเทมปุระนั่นเอง