ราเม็ง ญี่ปุ่น สุดยอดราชาแห่งเส้น ความอร่อยเหนือระดับ

Ramen Japan

หากบอกว่าในยุคนี้อาหารญี่ปุ่นประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากทั้งจากคนญี่ปุ่นเองและคนอื่นทั่วโลกนั่นคือ ราเม็ง ถือว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยเปรียบได้กับก๋วยเตี๋ยวน้ำบ้านเราแต่ด้วยคุณลักษณะของเส้นที่แตกต่าง รสชาติน้ำซุป และกรรมวิธีต่างๆ มันทำให้อาหารประเภทนี้ของชาวญี่ปุ่นอร่อยมากๆ เลยทีเดียว จะว่าไปหากใครได้มีโอกาสลองไปทานที่ญี่ปุ่นแท้ๆ สัมผัสกับรสชาติจริงจะยิ่งทำให้รู้สึกรักเมนูนี้มากขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว

รีวิวราเม็งสไตล์ญี่ปุ่น

ราเม็งเป็นบะหมี่น้ำของชาวญี่ปุ่นที่จริงๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นมาจาประเทศจีน ตามประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเอาไว้ว่า โทกูงาวะ มิตสึกูนิ ซึ่งเป็นขุนนางใหญ่ได้ทานราเม็งในช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นยุคเมจิ เชื่อกันว่าที่มาอันแท้จริงของราเม็งนั้นมาจากประเทศจีนแม้ไม่ได้มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุไว้อย่างชัดเจน กระนั้นได้มีสมมุติฐานหนึ่งบอกเอาไว้ คำว่า ราเม็ง ในภาษาญี่ปุ่น เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษาจีนว่า ลาเมียน คำๆ นี้มีความหมายว่า เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้มือนวด ในสมัยยุคเมจิที่กล่าวถึงนี้ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้ศัพท์ว่า ราเม็ง โดยตรงแต่พวกเขาเรียกอาหารชนิดนี้ว่า ชินาโซบะ มีความหมายคือ โซบะจีน กระทั่งช่วงเวลาต่อมาชาวจีนเริ่มมีการขายอาหารประเภทนี้ตามรถเข็นพร้อมๆ กับการขายเกี๊ยวซ่าไปด้วย มีการเป่าชารูเมระเอาไว้เรียกลูกค้า พอมาถึงตอนนี้เลือกใช้การอัดเสียงแทน

ปกติแล้วอาหารประเภทนี้จะเป็นเส้นที่เสิร์ฟมาในน้ำซุปรสชาติเฉพาะตัวโดยในชามก็ยังมีเครื่องเคียงอื่นอีก เช่น เนื้อหมู, คามาโบโกะ, สาหร่าย, ต้นหอม หรือขึ้นอยู่กับบางสูตรว่าจะใส่อะไรเพิ่มเติมเข้ามาอีกหรือไม่ เช่น ข้าวโพด, ขิงดอง เป็นต้น อย่างที่บอกไปว่ารสชาติของราเม็งมีความแตกต่างกันตามพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น เช่น บนเกาะคิวชูที่นี่คือต้นกำเนิดสไตล์ทงคัตสึ หรือที่เข้าใจง่ายๆ ว่า ซุปกระดูกหมู หรือถ้าเป็นบนเกาะฮอกไกโดที่นี่จะเป็นต้นกำเนิดของสูตรมิโซะหรือสูตรเต้าเจี้ยว

ตัวอย่างของราเม็งยอดนิยมที่ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้นแต่ทั่วโลกยังต้องรู้จักอาหารชนิดนี้อย่างดี เช่น แบบโชยุหรือซีอิ๊ว, ชิโอะหรือซุปเกลือ, บันชู, ทากายามะ, โอโนมิจิ, ชาชู, โตเกียว, อาซาฮิกาวะ, ฮาโกดาเตะ, คิตากาตะ, ซัมมะ, โอโนมิจิ ฯลฯ

ถือว่าอาหารประเภทนี้เป็นอาหารสุดอร่อยยิ่งทานในช่วงอากาศหนาวเย็นแล้วจะยิ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้อีกมาก

ข้าวหน้าอุด้งได้ลองกินแล้วก็ต้องกลับมากินอีก

udon-food-restaurant

อุด้งเป็นประเภทอาหารหนึ่งของญี่ปุ่นทำมาจากแป้งสาลีผ่านกรรมวิธีจนกลายเป็นเส้นอันมีรสชาติเหนียวนุ่ม เป็นอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอีกชนิดที่คนไทยและคนทั่วโลกจำนวนมากนิยมทานกัน ซึ่งเมนูอุด้งที่คนทั่วไปคุ้นเคยก็คือลักษณะเหมือนก๋วยเตี๋ยวบ้านเราก็คือ นำเส้นใส่ในชาม ราดน้ำซุป แล้วโรยหน้าด้านบนตามชอบ แต่หลายคนคงมีข้อสงสัยว่าเวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่นบ้างอะไรคือเมนูข้าวหน้าอุด้ง หากใครเห็นเมนูนี้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นบอกเลยว่าให้ลองสั่งมาทานดูแล้วความคิดที่ว่าอุด้งทานได้แค่กับการเป็นน้ำซุปจะเปลี่ยนไป

ข้าวหน้าอุด้งความผสมผสานอย่างลงตัวจนได้รสชาติแสนวิเศษ

สำหรับข้าวหน้าอุด้งปกติแล้วจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เซต นั่นคือ จะมีชามที่ใส่เส้นอุด้งในน้ำซุปมา 1 ชาม และอีกชามหนึ่งจะเป็นข้าวญี่ปุ่นโปะหน้าด้วยเมนูตามชอบซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู ข้าวหน้าไก่ ซึ่งจะถูกผัดกับซอสสไตล์ญี่ปุ่นจนเข้าเนื้ออย่างดี วิธีการทานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยเราสามารถเลือกทานอะไรก่อนก็ได้จะข้าวหรืออุด้ง แต่รสชาติที่ทุกๆ คนจะได้รับเหมือนกันก็คือ ข้าวกับวัตถุดิบที่อยู่บนข้าวจะรสชาติกลมกล่อมมาก เข้มข้น จากนั้นซดน้ำซุปแล้วตามด้วยเส้นอุด้งเข้าไปเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ บางร้านในชามอุด้งจะมีเครื่องเคราแบบจัดเต็มจนเกินบรรยาย อาทิ ไข่ออนเซ็น กุ้ง ผักดองญี่ปุ่น สาหร่าย และอื่นๆ ตามแต่ร้านนั้นๆ จะใส่มาให้ ซึ่งเมื่อได้ทานเข้าไปมันก็เข้ากันอย่างดีจนเมนูนี้ทำเอาอิ่มแปล้แบบท้องแทบแตกกันไปเลย

ความพิเศษของเมนูข้าวหน้าอุด้งก็คือ หลายคนมองว่าอุด้งเป็นอาหารประเภทเส้นที่คนญี่ปุ่นมักทานกันแค่อย่างเดียวแต่ความเป็นจริงมันสามารถเลือกทานคู่กับอย่างอื่นได้แบบน่าสนใจ ยิ่งร้านไหนทำน้ำซุปอุด้งได้อร่อยมากเท่าไหร่รสชาติของเมนูอาหารนี้จะยิ่งสุดยอดมากขึ้นกว่าเก่าอีกหลายเท่า ซึ่งบางร้านนอกจากจะเป็นอุด้งน้ำใสแล้วยังมีน้ำซุปประเภทอื่นๆ ให้เลือกจนได้ความอร่อยอันหลากหลายขึ้นมาอีกต่างหาก

เมนูอาหารญี่ปุ่นถือเป็นอะไรที่มีความน่าสนใจเกินบรรยายในหลายๆ เรื่อง บางเมนูคนไทยอย่างเราๆ อาจมองว่ามันไม่น่าเข้ากันได้แต่กลับกลายเป็นว่าสามารถนำมาผสมผสานเข้ากันได้จนลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นเมนูข้าวหน้าอุด้งหากใครยังไม่ได้ลิ้มลองต้องต้องสั่งมาสักครั้งไม่แน่อาจกลายเป็นเมนูโปรดของหลายคนไปเลยเหมือนกัน

Instant Noodles บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น

impactnoodles

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแม้อาจจะไม่ได้มีประวัติยาวนานเหมือนอาหารขึ้นชื่อประจำชาติอื่นๆ แต่ต้องยอมรับเลยว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นที่นิยมไปทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว ปัจจุบันมีหลายประเทศที่ส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งเอเชียและยุโรป โดยภายในประเทศไทยเองก็มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกทานกัน เนื่องจากความที่ทำกินเองง่าย เพียงเติมน้ำร้อนและเวลา 3-5 นาที ก็สามารถนำมารับประทานได้ทันที บวกกับมีราคาถูกอีกด้วย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นภาคภูมิใจกันอย่างสุดๆ เนื่องจากบริษัท นิสชิน ฟูดส์ ต้อการทดลองการถนอมอาหารด้วยการ อบแห้งและทอดเส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลี เป็นแนวคิดจากประธานบริษัทอย่าง โมโมฟุคุ อันโดะ จำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2501 ทำให้การสำรวจพบว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคือการคิดค้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

ประเภทของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

eatinnoodles

หลายๆ ผู้ผลิตพยายามคิดค้นรสชาติและสูตรใหม่ๆ มาให้ผู้บริโภคได้รับประทาน เช่นในบ้านเราก็จะมี รสต้มยำกุ้ง รสหมูสับ หรือรสผัดขี้เมา เป็นต้น รวมไปถึงเส้นที่หลากหลาย เช่น เส้นใหญ่ เส้นหมี่ เส้นอุดง ไปจนถึงวุ้นเส้นเลยก็ยังมี รวมถึงภาชนะที่บรรจุขาย โดยหลักๆ จะมี 2 แบบ

1.แบบซ่อง

2.แบบถ้วย

noodlescup

ดังนั้นถึงแม้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือ Instant Noodles จะมีประวัติที่ไม่ยาวนานนักเหมือนอาหารประเภทอื่นๆ แต่ด้วยความพิเศษของมันจึงทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและนิยมไปทั่วโลก